Libra จะเปลี่ยนโฉมหน้าทางการเงินและสร้างหน้าประวัติศาสตร์ใหม่

Libra จะเปลี่ยนโฉมหน้าทางการเงินและสร้างหน้าประวัติศาสตร์ใหม่

Libra จะเปลี่ยนโฉมหน้าทางการเงินและสร้างหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ทางมูลค่าทางการเงินของโลก ประวัติศาสตร์การเงิน : อันที่จริงโลกเรา evolution หรือวิวัฒน์การเงินทุกๆ 50 ปี และทุกวันนนี้ เรากำลังอยู่ในยุค Internet Century ตั้งแต่อดีล difinition คำว่า มูลค่าเงิน เปลี่ยนไปทุกยุคทุกสมัย อาทิ เริ่มตั้งแต่ ยุคหิน เปลือกหอย Gold Sand และมายุค ทองคำ และยุค bretton woods system ระบบการจัดการการเงินเบรตตันวูดส์ หรือมองภาพใหญ่ได้ว่า ระบบการเงินจะมีการ evolution อยู่ 2 pattern หลักๆ pattern แรก คือ ทุกๆ 50 ปี หรือ value system และ pattern ที่ 2 เกิดหลัง crisis เช่น เมื่อปี 1929 เกิด Great Depression เกิดปัญหา เงินฝืดหรือ deflation เพราะการผลิตทองคำไม่ทันเมื่อเทียบกับ productivity ของโลก เลย ใช้ระบบระบบการจัดการการเงินเบรตตันวูดส์ หรือค่าแบงค์ดอลล่า แต่ทุกๆ ดอลล่า จะยังมีทองคำมา Backup ต่อมา 1945 โลกเราจึงมีระบบการเงินแบบ IMF. / World Bank หรือธนาคารกลางของระบบคุณค่าทางการเงินโลก และนั่นคือจุดกำเนิดสถาบันการเงินที่ใช้ สกุลเงิน ดอลล่า ให้เป็นมาตารฐานสากล แต่มามีปัญหาค่าเงินฝืดอีกตอนช่วง สงครามเวียดนามที่อเมริกาต้องการผลิตอาวุธ ทำให้ต้องผลิตดอลล่าอัดเอาไปในระบบ ทำให้ระดับคุณค่าทองคำไม่ทันกัน Bank กลางจึงล่ม สุดท้ายมาแก้ปัญหาโดย ประธานาธิปดีนิกสัน โดยการเอาทองคำแยกออกไปละคนละคุณค่ากัน และพัฒนาค่าเงินดอลล่า คือ ดอลล่า ที่ชัดและแข็งต่อระบบการเงินสากล ในปี 1971 ณ จุดนี้เอง ที่ ทักษะทางเศษฐศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง คือ เปลี่ยนคำว่า money ไปเป็น currency เอาไว้เพื่อ redeem มูลค่ากับรัฐาบลได้ 2008 เกิด crisis อีก เพราะระบบค่าเงิน QE ที่เรียกว่า financial crisis และนั่นเอง ในปี 2009 เกิด layer ใหม่ คือ internet layer ที่แต่เดิม มันคือ Physical layer = paper money 2009 คือปีที่ให้กำเนิด bitcion ที่มาแก้ปัญหาด้านระบบการเงินโลก แต่กระนั้น ความชัดเจนของระบบคุณค่า evolution value ยังไม่ชัดเจน เท่า ปรากฏการณ์ที่กำลังจะเกิด พอดี 50 ปี และ crisis นั่นคือ Libra ในปี 2020 ธนาคารทั่วโลก มีไม่กี่ทางเลือก ที่จะต้องมา join กับหน้าประวัติศาสตร์ ครั้งนี้   inline : ดร พิสิฐ ตั้งพรประเสริฐ