BANGKOK GRAPHIC

อัตลักษณ์ในงานออกแบบ

อัตลักษณ์ในงานออกแบบ

ขั้นตอนและวิธีการถอดอัตลักษณ์มาสู่ผลงานการออกแบบ

1). การจำแนกองค์ประกอบทั้งลบและบวก จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและอุปสรรค

เป็นแผนภูมิในการจำแนกโครงสร้างขององค์กรมีทั้งด้านบวก (จุดแข็งและโอกาส) และด้านลบ (จุดอ่อนและอุปสรรค) มีการแบ่งออกเป็น3ด้าน คือ สิ่งแวดล้อม เศษฐกิจและสังคม

2). กระบวนการเฟ้นหาข้อมูลสู่การลำดับความสำคัญของข้อมูล

มีจุดเน้น จุดเด่น จุดผ่อน จุดเบา เพื่อจำแนกตามน้ำหนักและความสำคัญที่แตกต่างกัน

3). การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อค้นหาประเด็นสำคัญ (key word)

นำข้อมูลมาสรุปแล้วมาดีไซน์เป็นคำเฉพาะที่มีลักษณะเฉพาะของข้อมูลนั้นจนได้เป็นคำนิยามที่ได้ใจความคมคายโดยที่ขนาดของวงกลมสะท้อนถึงความสำคัญจากการระดมสมอง

4). การรวบรวมประเด็นสำคัญสู่การสร้างนิยามของโครงการ

แยกออกเป็น 2 ส่วน คือ

ส่วนเนื้อหา (Content) มองเห็นและสัมผัสได้ เช่น สี ขนาด

ส่วนบทบริบท (Context) สัมพันธ์ทางอ้อม

5). การสร้างนิยามสู่การออกแบบลายเส้น

ออกแบบผ่านทางสัญลักษณ์เพื่อให้ภาพสื่อความหมายเป็น 2 มิติ

6). การคิดค้นรูปแบบของลวดลาย (Pattern) นำภาพ 2 มิติ มาเรียงเป็นลวดลายมีพื้นฐานเป็นภาพ 2 มิติ เป็นต้นแบบ

7). การนำนิยามมาเป็นตัวกำหนดสี (Colors) นำเนื้อหาและบริบทมาขยายผลไปสู่การเลือกคู่สีที่เหมาะสม

8). การออกแบบตราสัญลักษณ์ (Logo) การนำเอาส่วน 1 ของแม่ลายกราฟิกมาออกแบบตราสัญลักษณ์ที่มีลายละเอียดน้อยและจดจำได้ง่าย

9). การออกแบบตัวอักษร (Font) ประมวลผลข้อมูลที่ได้จากแผนภูมิแรก นำจุดเด่นที่น่าสนใจมาออกแบบเป็นตัวอักษร

10). การออกแบบที่นำอัตลักษณ์ มาใช้ในรูปแบบกราฟิกต่างๆเป็นการประมวลผลจากการถอดรหัสทำให้เกิดนิยามลวดลาย สีและการจัดวาง

1). นิยามนำมาสร้างสรรค์เป็นคำคม (Slogan)

2). ลวดลาย (Pattern) ใช้เป็นองค์ประกอบในการออกแบบ

3). สี (Colors) ใช้สีจากการถอดรหัสมาเป็นองค์ประกอบ

4). การจัดวางองค์ประกอบ (Composition) นำอัตลักษณ์มาพัฒนาการออกแบบ 3 มิติ

11). การพัฒนาสู่การออกแบบภาพและการแบบเชิงนโยบาย สร้างอัตลักษณ์จากแนวความคิดส่งเสริมและพัฒนาเมืองเกิดเป็นนวัตกรรม ทำให้มีอัตลักษณ์และเอกภาพ

การรับรู้ภาพ หลักการออกแบบกราฟิก

ออกแบบกราฟิก

Visual Perception Graphic Design

ความหมาย

การรับรู้ (Perception)

หมายถึง การที่มนุษย์นำข้อมูลที่ได้จากความรู้สึกสัมผัส (Sensation) ซึ่งเป็นข้อมูลดิบ (Raw Data) จากประสาทสัมผัสทั้ง 5 อันประกอบด้วย ตา หู จมูก ลิ้น และกายสัมผัส มาจำแนก แยกแยะ คัดเลือก วิเคราะห์ด้วยกระบวนการทำงานของสมอง แล้วแปลสิ่งที่ได้ออกเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่มีความหมายเพื่อนำไปใช้ในการเรียนรู้ต่อไป (แสงเดือน ทวีสิน, 2545)

ลักษณะสำคัญของการรับรู้

ลักษณะที่สำคัญของการรับรู้มี 6 ประการ คือ

1. ต้องมีพื้นฐานข้อมูลหรือความรู้ในเรื่องนั้นมาก่อน (Knowledge Based) หรือถ้าไม่มีความรู้ อย่างน้อยก็ต้องมีประสบการณ์เดิมในเรื่องนั้นอยู่บ้าง

2. จะต้องประกอบด้วยข้อวินิจฉัย (Inferential) ในขั้นตอนของกระบวนการรับรู้ ทั้งนี้เพราะในการรับรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่ง มนุษย์ไม่สามารถรับข้อมูลทุกชนิดในเรื่องนั้นพร้อมกันได้ ดังนั้นจึงต้องอาศัยวิธีการวินิจฉัย โดยการตั้งสมมติฐานหรือปะติดปะต่อเรื่องต่าง ๆ เข้าด้วยกันเพื่อให้การรับรู้ในสิ่งนั้นเกิดความสมบูรณ์มากที่สุด

3. จะต้องมีความสามารถในการแยกแยะ (Categorical) ลักษณะหรือคุณสมบัติที่สำคัญของข้อมูลนั้นได้อย่างถูกต้อง ซึ่งในลักษณะนี้จะต้องอาศัยความจำจากประสบการณ์เดิมมาใช้

4. ลักษณะของการรับรู้จะต้องมีความสัมพันธ์เชื่อมโยง (Relational) ของข้อมูลต่าง ๆ หลายประเภท

5. กระบวนการของการรับรู้จะต้องอาศัยของการดัดแปลง (Adaptive) ข้อมูลจากประสบการณ์เดิมมาใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละเรื่องที่กาลังรับรู้อยู่ในขณะนั้น

6. กระบวนการของการรับรู้มักจะเป็นไปโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการทำงานของสมองในการรับรู้ข้อมูลต่างๆ มีการแปลความหมายจากสิ่งที่ได้สัมผัส และเกิดการรับรู้สิ่งเร้านั้นในลักษณะของส่วนรวมที่มีความหมาย

กระบวนการของการรับรู้

กระบวนการของการรับรู้จะต้องประกอบไปด้วยสิ่งเหล่านี้

1. มีสิ่งเร้าที่จะรับเข้าสู่ร่างกายทางประสาทสัมผัสโดยผ่านอวัยวะรับสัมผัสทั้ง 5

2. ประสาทรับสัมผัส รับสิ่งเร้าเข้ามา ซึ่งประสาทสัมผัสและความรู้สึกสัมผัส เช่น หู ตา จมูก ลิ้น ผิวหนัง จะต้องสมบูรณ์พอที่จะสัมผัสสิ่งเร้านั้น และส่งต่อไปยังสมองเพื่อแปลความหมาย

3. การแปลความหมายเกิดจากประสบการณ์เดิมหรือความรู้เดิมเกี่ยวกับสิ่งเร้าที่ได้สัมผัสนั้น เกิดการตอบสนองต่อสิ่งเร้า เป็นพฤติกรรมต่างๆ ขึ้น ดังแผนภูมิประกอบ

องค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้

การรับรู้ที่ดีขึ้นอยู่กับระบบประสาทสัมผัสและสภาวะจิตใจของแต่ละบุคคล ตลอดจนลักษณะของวัตถุที่เราจะรับรู้ดังนี้

1. องค์ประกอบทางด้านตัวบุคคล

2. องค์ประกอบของสิ่งเร้า

3. การรับรู้ผิดพลาด

4. การรับรู้ความคงที่ของวัตถุ

RPA. คืออะไร

รับออกแบบ website

ความหมายของ RPA. หรือ Robotic Process Automation

RPA. Robotic Process Automation

อนาคตแห่งการสร้างเครือค่ายออนไลน์เพื่อภาระกิจลดการทำงานที่ซ้ำซ้อนแทนมนุษย์

Robotic ในที่นี้หมายถึง การเข้ามาทำงานแทนมนุษย์ที่มีการทำงานซ้ำๆ จะตลอดทั้งกระบวนการ หรือหนึ่งในขั้นตอนขึ้นอยู่กับเรา (มนุษย์) เป็นผู้วางระบบและการให้ข้อมูลที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน หรือบางทีสิ่งเหล่านั้นเรียกว่า ระบบ Grid Template หรือการมีเด็กฝึกงานมาลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน หรืองาน Routine หน้าที่หลักของ RPA. คือ รับส่งข้อมูลระหว่างองค์กร แผนก ซึ่งจากแต่ก่อนลักษณะงานพวกนี้จะแยกกันบริหาร จัดการแล้วถึงจุดหนึ่งหากต้องการข้อมูลก็จะเรียกหากันแต่ถึงเวลานั้นก็ยุ่งยาก เสียเวลา แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีมีการรับส่ง แลกเปลี่ยนข้อมูลผ่าน Cloud และตรงจุดนี้เองที่ RPA. เข้ามาและเก็บข้อมูลแบบ Real Times มีการสังเคราะห์งานที่แม่นยำมากขึ้น เหมาะกับยุค Digital Transformation

RPA. เป็นโปรแกรม (Software) Opensource ที่มีระบบ AI. ระดับพื้นฐานที่เข้ามาช่วยในการทำงานในรูปแบบ Install ลงบน Desktop ความสามารถพิเศษมันคือ เชื่อมโยงระหว่าง Software ผ่าน Cloud หรือ Sever กลางแล้วดึงเอาศักยภาพของแต่ละโปรแกรมมาทำงานร่วมกันผ่านเครื่อง Client กลาง แบ่งการทำงานออกเป็น 2 Process คือ ส่วนที่หนึ่งคือ ส่วน Creation หรือส่วนสร้าง Robot และส่วนที่ 2 คือ ส่วนใช้งาน Robot หรือ Automate Operation ในส่วนที่สร้างนั้น เราสามารถสร้างผ่าน Desktop เครื่องคอมเราได้เลย ข้อแม้คือ เครื่องที่เราสร้างไว้ต้องติดต่อ Internet ได้ เพื่อทำการแบ่งปันสิ่งที่เราสร้าง (แต่ต้องมีพื้นที่บน Sever หรือ Cloud เพื่อให้โปรแกรมอื่นๆ เข้ามา Asset ในส่วนที่เราแบ่งปันได้) และ RPA. จะทำงานผ่านเครื่องเปล่าที่เป็นเครื่อง client กลางที่ไม่ได้ใช้งาน แต่ใช้เพื่อดึงทรัพยากรโปรแกรม พื้นที่ (หน่วยความจำ) ต่างๆ ของเครื่องว่างนั้นทำงาน Automate

ประโยชน์ : ในระยะสั้นอาจดูเหมือนไม่ได้มาช่วยในการกระตุ้นยอดขายโดยตรง แต่ในระยะยาวการลดเวลาที่การทำงานจุกจิก ซ้ำซ้อน งานง่ายๆ อย่างงานกรอกเอกสาร แทนที่จะให้มนุษย์ทำก็ปรับให้ Robot ทำแล้วให้พนักงานไปทำงานที่มีศักยภาพซับซ้อนกว่า จะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และสิ่งเหล่านี้เองทำให้เพิ่มยอดขายในระยะยาวได้ เปรียบเสมือนเราได้เพื่อนร่วมงานเพิ่มขึ้น แต่เป็นเพื่อนร่วมงานในระดับเด็กฝึกงาน ที่ทำงานได้แม่นยำ

ประโยชน์ฝั่งผู้ใช้งาน : RPA. ช่วยทำงานอย่างการค้นหาสินค้าใน Internet ระบบจะมีความฉลาดมากขึ้น เช่น ค้นหารองเท้าเบอร์ 40 ระบบจะส่งข้อมูลเฉพาะ Filter ที่เราเลือก และดึงข้อมูลจาก Web ที่ขายมาให้เราเลือก พร้อม Save ข้อมูลไว้เปรียบเทียบในช่วงเวลาต่อไป ตลอดจนระบบ Scan เอกสารแล้วออกมาเป็น Text ให้อัตโนมัติ

ฝั่งผู้ประกอบการ :  เหมาะสำหรับองค์กรที่เกี่ยวข้องกับงานเอกสารเป็นหลัก เช่น บริษัทประกันภัย การเงิน การธนาคาร ยกตัวอย่างร้านค้าที่มีระบบ CRM. ออนไลน์ อาทิ เวลามีรายการสอบถามราคาจากลูกค้า ฝั่งผู้ประกอบที่ลงโปรแกรม RPA. ตัวโปรแกรมจะทำการเชื่อมโยงแต่ละโปรแกรมที่ทำหน้าที่ต่างกันเพื่อช่วยกันออกใบเสนอราคาที่ลูกค้าต้องการ ตลอดจนกระบวนการส่ง eMail ให้ลูกค้าแบบอัตโนมัติ จบภายในโปรแกรมเดียว อื่นๆ เช่น ระบบการคิด OT พนักงาน, การคิด KPI. ประเมินเงินเดือนเบื้องต้น หรือการจองห้องประชุม ห้องเรียน ต่างๆ ของหน่วยงานการศึกษา ตลอดจน การจองตั๋ว ออกตั๋วเครื่องบิน เปลี่ยน Fight ต่างๆ การสมัครข้อมูลเพื่อจองตั๋วคอนเสิร์ต ต่างๆ การส่ง Email การนัดหมาย กรอกข้อมูล ฟอร์ม รายงานประจำวัน สัปดาห์ ปี การจัดการงาน HR. : ขึ้นเงินเดือน ประเมินความสามารถ ฯลฯ

ในปัจจุบัน : ทั่วโลกนำระบบ RPA. มาใช้ในองค์กรมากกว่า 40% ของงานทั้งหมด ซึ่งนั่นหมายความว่า ลดการจ้างงานลงถึง 60 ล้าน $US ทั่วโลก คาดการณ์ว่า New S Curve ของเอเชียจะมีอัตราการเติบโตของ RPA. อยู่ที่ 202% ในปี 2021

            ในอนาคต : แนวโน้มการพัฒนาระบบ RPA. มีการนำ AI. เข้ามา คือ วิเคราะห์ Text – Data อัตโนมัติ วิเคราะห์รูปภาพ ขอแบ่งอนาคตของ RPA. เป็นยุคได้คือ

อนาคตของ RPA. 2.0 : มีเทคโนโลยีการใส่ระบบ AI. เข้าไป การ SCAN เอกสาร และออกมาเป็น Text หรือการสั่งงานผ่าน Voice Command บทบาทที่สำคัญของ AI. (Artificial Intelligence) ที่เราเรียกว่าเป็นความฉลาดนี้ เหตุผลเพราะเราเทียบเคียง AI กับระบบสมองของมนุษย์ ฉะนั้นในบทบาทส่วนนี้ AI. เข้ามาช่วยในส่วนการประเมินต่างๆ เช่น ระบบ RPA. กับการช่วยงานขาย ไว้ต่อรอบอาทิตย์ รอบเดือน ช่วยพนักงานขาย (sale) ต่อการติดตามผลลูกค้า แบ่งออกเป็นกลุ่มตามภาวการณ์ตัดสินใจของลูกค้า เพราะ AI. จะทำการประมวลจากข้อมูล ที่หลากหลาย และโยนบทบาทนี้ให้ RPA. เชื่อมกับ ปฏิทิน, Call Center, เตือนพนักงานขาย เพื่อให้เกิดการติดตามที่เหมาะสมและปิดการขายได้ดีขึ้น

RPA. 3.0 Search หา Robot ความหมายคือ ปัจจุบัน มีหลายหลาย web ที่เป็นสื่อกลางในการค้นหา พนักงาน หรือที่เรียกว่า ค้นหางาน ค้นหาคน และ web เหล่านั้นทำหน้าที่จับคู่ให้ แต่ในอาคต RPA. 3.0 จะแสกนตัวมันเองผ่านทางโลกออนไลน์ และค้นหา Bot ที่ทำงานตาม Mission ที่มนุษย์ตั้งไว้ ตัวมันจะ Automatic ในการค้นหาท่องไปในเครือข่าย Internet และขอ Asset เข้าระบบ Bot ดั่งกล่าวและจ่ายงาน ให้ Bot แต่ละความสามารถช่วยบรรลุเป้าหมายที่เราอยากได้ภายในระยะเวลาเพียงนาที หรือ ชั่วโมง เพราะตัวมันเอง เกิดมาเป็น โปรแกรมแนว Open Source แต่แรกแล้ว

RPA. 4.0 อนาคตขึ้นสูงสุด จะขอจำลองสถานการณ์ Process Flow แบบง่ายๆ ได้คือ ต่อไปเราสามารถเลือกความสามารถ Bot แต่ละตัว และจะรวมกันเพื่อสร้างหรือพัฒนา Website E-Commerce ได้เอง และ Bot แต่ละตัวจะทำหน้าที่ Admin ใน Site ตั้งแต่ ค้นหาสินค้า ที่มาจากการประเมินความสนใจ ตลอดจน Trend ณ ช่วงเวลานั้น แล้วมาใส่ไว้ใน Site และประเมินสินค้ายอดนิยม ให้ไปอยู่ในหน้าหรือตำแหน่ง แบบ White-Page และทำการออกใบเสนอราคา เปรียบเทียบสินค้า ปิดการขาย เบ็ดเสร็จ แทนเรา ทั้ง 24 ชั่วโมง  

ตัวอย่าง ฝั่งผู้ใช้ ต้องการค้นหาสินค้า ตัวอย่าง “รองเท้า เบอร์ 40” RPA. จะทำหน้าที่กรองข้อมูลเฉพาะเบอร์ 40 ที่เราอยากได้ พร้อมราคา

ความหมาย และองค์ประกอบของความคิดสร้างสรรค์

รับงานออกแบบ graphic

ความคิดสร้างสรรค์ คืออะไร

กิลฟอร์ด (Guilford, 1967) อธิบายว่า ความคิดสร้างสรรค์เป็นความสามารถทางสมองที่คิดได้กว้างไกลหลายทิศทาง หรือเรียกว่า ลักษณะการคิดอเนกนัย หรือการคิดแบบกระจาย (divergent thinking) กล่าวคือ เมื่อมีเนื้อหาหรือข้อมูลผ่านเข้ามาในการรับรู้ ผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์จะสามารถคิดตอบสนองได้หลากหลายทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ลักษณะการคิดแบบอเนกนัยนี้เป็นลักษณะการคิดอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้ (Torrance, 1965)

1. ความคิดริเริ่ม (Originality)

เป็นลักษณะความคิดแปลกใหม่ แตกต่างจากความคิดธรรมดาและไม่ซ้ำกับที่มีอยู่ หรือ

เรียกว่า Wild Idea เป็นความคิดที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง และสังคม ความคิดริเริ่มอาจเกิดจากการนำเอาความรู้เดิมมาคิดดัดแปลง และประยุกต์ให้เกิดเป็นสิ่งใหม่ขึ้น ความคิดริเริ่มจึงเป็นลักษณะ

ความคิดที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เป็นความคิดที่แปลกแตกต่างจากความคิดเดิม และอาจไม่เคยมีใครนึก

หรือคิดถึงมาก่อน จึงต้องอาศัยลักษณะความกล้าคิดกล้าลอง เพื่อทดสอบความคิดของตน บ่อยครั้งที่

ความคิดริเริ่มจำเป็นต้องอาศัยความคิดจากจินตนาการ หรือเรียกว่าเป็นความคิดจินตนาการประยุกต์

คือไม่ใช้คิดเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องคิดสร้าง และหาทางทำให้เกิดผลงานด้วย

2. ความคิดคล่องแคล่ว (Fluency)

เป็นปริมาณความคิดไม่ซ้ำกันในเรื่องเดียวกันแบ่งได้ 4 ลักษณะ ได้แก่

2.1 ความคิดคล่องแคล่วทางด้านถ้อยคำ (Word Fluency) เป็นความสามารถใน

การใช้ถ้อยคำอย่างคล่องแคล่วนั่นเอง

2.2 ความคิดคล่องแคล่วทางด้านการโยงสัมพันธ์ (Associational Fluency) เป็น

ความสามารถที่จะคิดหาถ้อยคำที่เหมือนกันหรือคล้ายกันได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ภายในเวลาที่

กำหนด

                        2.3 ความคิดคล่องแคล่วทางด้านการแสดงออก (Expressional Fluency) เป็นความสามารถในการใช้วลีหรือประโยค กล่าวคือ สามารถที่จะนำคำมาเรียงกันอย่างรวดเร็วเพื่อให้ได้ประโยคที่ต้องการ จากการวิจัยพบว่าบุคคลที่มีความคล่องแคล่วทางด้านการแสดงออกสูงจะมีความคิดสร้างสรรค์

                        2.4 ความคิดคล่องแคล่วในการคิด (Ideational Fluency) เป็นความสามารถที่จะคิดสิ่งที่ต้องการภายในเวลาที่กำหนด เช่น ให้คิดหาประโยชน์ของก้อนอิฐมาให้ได้มากที่สุดภายในเวลาที่กำหนดให้ความคิดคล่องในการคิดมีความสำคัญต่อการแก้ปัญหา เพราะในการแก้ปัญหาจะต้องแสวงหาคำตอบหรือวิธีแก้หลายวิธี และต้องนำวิธีการเหล่านั้นมาทดลองจนกว่าจะพบวิธีการที่ถูกต้องตามที่ต้องการ

            3. ความคิดยืดหยุ่น (Flexibility)

เป็นความสามารถของบุคคลในการคิดหาคาตอบได้หลายประเภท หลายทิศทาง ไม่ซ้ำแบบ

แบ่งออกเป็น 2 ประเภทดังนี้

                        3.1 ความคิดยืดหยุ่นที่เกิดขึ้นทันที (Spontaneous Flexibility) เป็นความสามารถที่จะพยายามคิดให้หลายอย่างอย่างอิสระ

                        3.2 ความคิดยืดหยุ่นทางการดัดแปลง (Adaptive Flexibility) เป็นความสามารถในการดัดแปลงความรู้ หรือประสบการณ์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์หลายๆ ด้าน ซึ่งมีประโยชน์ต่อการแก้ปัญหา คนที่มีความคิดยืดหยุ่นจะคิดได้ไม่ซ้ำกัน ซึ่งจะเป็นตัวเสริมให้ความคิดคล่อง มีความแปลกแตกต่างออกไปหลีกเลี่ยงการซ้ำซ้อน หรือเพิ่มคุณภาพความคิดให้มากขึ้นด้วยการจัดเป็นหมวดหมู่และหลักเกณฑ์ยิ่งขึ้น

4. ความคิดละเอียดลออ (Elaboration)

 เป็นความสามารถที่จะให้รายละเอียดหรือตกแต่งเพื่อให้มีความสมบูรณ์ หรือปรับปรุง หรือ

พัฒนาสิ่งที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

inline : พิสิฐ ตั้งพรประเสริฐ

การออกแบบหลักสูตร โดยใช้ปรัชญาการศึกษา

ออกแบบเว็บไซต์

สารัตถนิยม Essentialism

นำปรัชญาพื้นฐาน 2 ฝ่ายมาผสมกัน ระหว่าง จิตนิยม Idealism ที่ซึ่งถือว่า การรับรู้ความจริงมาจากจิตพิเคราะห์ || วัตถุนิยม Realism : ความจริงอยู่ที่สสารในตัวมันเอง ฉะนั้นเมื่อนำมาประสานกัน ในแนวคิดทางการศึกษา คือ ความรู้ หรือกิจกรรมการเข้าถึงความจริง เป็นการผสมกันระหว่าง ประสบการณ์จริงที่มีต่อความเข้าใจในชั้นเรียน มีพื้นฐานความคิดเป็นแบบอนุรักษ์นิยม (Conservativism) ปรัชญาที่ยึดเนื้อหา (Subject Matter) เป็นหลักสำคัญของการศึกษา และเนื้อหาที่สำคัญนั้นก็ต้องเน้นเนื้อหาที่ได้มาจากมรดกทางวัฒนธรรม ที่ควรได้รับการถ่ายทอดต่อไป

1. มุ่งเพื่ออนุรักษ์ และสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมที่ดีงามของสังคมไทยให้แก่คนรุ่นหลัง

2. หลักสูตรประกอบด้วยเนื้อหาสาระ การฝึกฝนทักษะ ค่านิยม ความเชื่อ และความรู้พื้นฐานของสังคม

3. เป็นหลักสูตรที่เน้นเนื้อหา (Subject – matter Oriented) เป็นหลักสำคัญ โดยยึดประสบการณ์ของเชื้อชาติ หรือมรดกทางวัฒนธรรมเป็นหลัก ได้รับการจัดไว้อย่างเป็นระบบต่อเนื่องตามขั้นตอนความยากง่าย

4. การเรียนการสอนใช้วิธีการเรียนรู้จากครูและตำรา

5. เน้นการบรรยาย ซักถามเพื่อให้เกิดความเข้าใจเนื้อหามากกว่าแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน intuition

2. นิรันตนิยม Perennialism

2. นิรันตนิยม Perennialism

คำว่า “นิรันตร” หรือ Perennial หมายถึง สิ่งที่คงที่ ถาวร ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นนิรันดรปรัชญาการศึกษานิรันตรนิยม เชื่อว่าการศึกษาควรจะได้สอนสิ่งซึ่งเป็นนิรันดรไม่เปลี่ยนแปลง มีคุณค่าไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใด ได้แก่ คุณค่าของเหตุผลและคุณค่าของศาสนา อันเป็นหลักสำคัญของปรัชญานิรันตรนิยม

จะเป็นไปในลักษณะการนำมาใช้ตาม สารัตถนิยม คือ จิตและวัตถุ แต่จะเพิ่มความเข้มข้นด้วยการเสริม ตรกะทางเหตุและผลที่มากขึ้น เพราะกลุ่มนี้เชื่อมั่นว่า มนุษย์ที่พัฒนาขึ้นมาได้จากเหตุผล A world of reason เพราะหลายปัญหาต้องการการตัดสินบนพื้นฐานของความเป็น เหตุ และผล การนำมาใช้ในลักษณะนี้คือ การนำมาซึ่งความเป็น ระเบียบและวินัยของตัวบุคคล  Maturisty

1. มุ่งให้ความรู้ที่เป็นนิรันดร์แก่ผู้เรียน และช่วยให้นำความรู้อื่นมาเชื่อมโยงประสานเป็นภาพรวม และนำไปประยุกต์ใช้ได้ในทุกสถานการณ์

2. เอื้ออำนวยให้ผู้เรียนได้รู้จักกับผลงานอันล้ำค่าของนักปรัชญา เช่น คณิตศาสตร์ ภาษาศาสตร์ ปรัชญา และวรรณคดี ซึ่งผู้เรียนต้องใช้ปัญญาระดับสูงในการคิดและวิเคราะห์ 3. หน้าที่ของการศึกษา คือ การแสวงหาความรู้ในเรื่องของความเป็นจริงอันเป็นนิรันดร

4. นักเรียนควรจะได้เรียนวิชาพื้นฐานบางวิชา เพื่อให้เข้าใจและคุ้นเคยกับสิ่งที่คงทน ถาวรของโลก

5. นักเรียนควรจะได้ศึกษางานนิพนธ์ที่สำคัญ ๆ ทางวรรณคดี ปรัชญา ประวัติศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นผลงานที่บรรดาปรัชญาและผู้ทรงความรู้ทั้งหลายในยุคที่ผ่านมาได้ถ่ายทอดความรู้ ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่เอาไว้

6. ช่วยพัฒนาพลังทางเหตุผล(ปัญญา) ศีลธรรม และจิตใจ คือ ต้องให้ความรู้กว้างพอในการนำไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ เป็นความรู้ที่เป็นความเข้าใจแนวคิดรวบยอดและทฤษฎี

พิพัฒนาการนิยม Progressivism คามเป็นมา

พิพัฒนาการนิยมเกิดขึ้นเพื่อต่อต้านแนวคิดและวิธีการศึกษาแบบเดิมที่เน้นแต่เนื้อหา สอนแต่ท่องจำ ไม่คำนึงถึงความสนใจของเด็ก และพัฒนาเด็กแต่เพียงสติปัญญาเท่านั้น ทำให้ผู้เรียนขาดความ ริเริ่มสร้างสรรค์ ไม่มีความมั่นใจในตนเอง อีกอย่างหนึ่งเพราะความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีใหม่ ๆ ความนิยมในประชาธิปไตยและพัฒนาการใหม่ ๆ ทางจิตวิทยาการเรียนรู้ ผู้เรียนเกิดความร่วมมือกันสร้างบรรยากาศเป็นประชาธิปไตย เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสันติสุข

มุ่งให้ผู้เรียนได้เรียนตามความถนัด ความสนใจ และตามความสามารถของผู้เรียน + ส่งเสริมประชาธิปไตยทั้งในและนอกห้องเรียน + มุ่งให้ผู้เรียนรู้จักศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง + มุ่งให้ผู้เรียนมีประสบการณ์ในการดำรงชีวิตเป็นหมู่คณะ และรู้จักปกครองตนเอง

ให้ความสำคัญกับตัวผู้เรียนมาก ถือว่าผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนการสอน การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ดีก็ต่อเมื่อผู้เรียนได้มีประสบการณ์ตรง หรือลงมือกระทำด้วยตนเอง (Learning by Doing) ผู้เรียนมีอิสระที่จะเลือกตัดสินใจด้วยตนเอง

มุ่งให้ผู้เรียนรวมกลุ่มทำกิจกรรม ใช้วิธีการสอนแบบ “แก้ปัญหา“ นำหลักการทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ ทดลองแก้ปัญหาด้วยตนเอง เห็นความสำคัญของงานที่มีต่อตนเอง ต่อสังคม การสอนจึงเน้นในเรื่องการสาธิต

ปฎิรูปนิยม Reconstruction

พัฒนาต่อยอดมาจาก ปฎิบัติินิยม ประสมกับ พิพัฒนาการนิยม

ปฏิรูป หรือ Reconstruct หมายถึง การบูรณะหรือการสร้างขึ้นใหม่ ปฏิรูปนิยมจึงมุ่งการปฏิรูปสังคม ขึ้นมาใหม่ เพราะถือว่าสังคมในปัจจุบันมีปัญหา ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และศิลปวัฒนธรรมเป็นเหตุต้องแก้ปัญหาอยู่เรื่อย ๆ จึงต้องหาทางสร้างค่านิยมและแบบแผนของสังคมขึ้นใหม่

แนวคิดที่ ผสมผสานทำให้ปรัชญาการศึกษาปฏิรูปนิยมเน้นการศึกษาเพื่อสังคมเป็นสำคัญ คือผู้เรียนไม่ได้มุ่งพัฒนาตนเองอย่างเดียว แต่เพื่อนำความรู้พัฒนาสังคมให้ดีขึ้น

เน้นสังคมเป็นหลัก ผู้เรียนต้องเข้าใจสภาพของสังคมดีพอ และมองเห็นแนวทางในการแก้ปัญหาสังคม เช่น ความยากจน การจราจร ยาเสพติด ควรจัดการศึกษา อุตสาหกรรม สื่อสารมวลชน การขนส่ง การอนามัย และสาธารณสุข นิเวศน์วิทยา และวิชาทั่วไป เช่น วรรณคดี ดนตรี ศิลปะ ฟิสิกส์ เคมี สังคมวิทยา ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และคณิตศาสตร์ หลักสูตรในลัทธินี้ให้ความสำคัญแก่วิชาที่ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจสังคมเป็นอย่างดี

อัตถิภาวนิยม Existentialism

สาเหตุที่เกิดปรัชญาลัทธินี้ขึ้นมาก็เนื่องจากความรู้สึกสูญเสียตัวเองไปจากระบบสังคมปัจจุบัน การศึกษาก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำลายความเป็นมนุษย์ด้วยการสร้างกรอบของสังคมที่จำกัดเสรีภาพของมนุษย์ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในแต่ละวันเราต้องทำหน้าที่ไปตามกรอบของสังคมที่ วางไว้จนไม่ค่อยจะมี เสรีภาพเป็นของตัวเองเลย

Friedrich Nietzsche ได้เสนอให้มนุษย์ออกมาจากกรอบของสังคมอย่างทรนง

อัตถิภาวนิยม มาจากภาษามคธ อัต = ความเป็นอยู่ + ภาวะ = สภาพความมีอยู่ (Existense) ซึ่งนักปรัชญาไทยแปลว่า ภาววาท หรืออัตตนิยม ซึ่งหมายถึง เรื่องที่กล่าว ความมีอยู่ของตนเอง ของมนุษย์ทั้งสิ้นอัตถิภาวนิยม มาจากภาษามคธ อัต = ความเป็นอยู่ + ภาวะ = สภาพความมีอยู่ (Existense) ซึ่งนักปรัชญาไทยแปลว่า ภาววาท หรืออัตตนิยม ซึ่งหมายถึง เรื่องที่กล่าว ความมีอยู่ของตนเอง ของมนุษย์ทั้งสิ้น และเมื่อเลือกกระทำหรือตัดสินใจแล้วก็ต้องรับผิดชอบในการเลือกกระทำหรือตัดสินใจนั้น ๆ ด้วย ดังนั้นจึงอาจจะกล่าวได้ว่า ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยมนี้ “เป็นแนวทางที่นำไปสู่การหลุดพ้นจากกรอบแห่งวัฒนธรรมของสังคม”

การศึกษาคือการส่งเสริมให้ผู้เรียนแต่ละคนรู้จักพิจารณา ตัดสินใจตามสภาพและเจตจำนงที่มีความหมายต่อการดำรงชีวิตของตนเองอย่างแท้จริงโดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีอิสระในการเลือกสรรคุณธรรมค่านิยมได้อย่างเสรี พร้อมกันนั้นก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อตนเองด้วย หรืออาจกล่าวอย่างสรุปได้ว่าการศึกษาคือกระบวนการที่ส่งเสริมให้มนุษย์เป็นมนุษย์ นั่นคือมีอิสระที่จะเลือกแนวทางในการดำเนินชีวิตของตนเอง ด้วยตนเองและรับผิดชอบต่อการตัดสินใจเลือกนั้น

เด็กทุกคนใช้เสรีภาพได้อย่างเต็มที่โดยไม่ละเมิดสิทธิส่วนตัวของผู้อื่นและส่วนรวม ทุกคนมีเสรีภาพอย่างเต็มที่และทัดเทียมกัน มีการปกครองตนเองในรูปแบบของการประชุมสภาโรงเรียน เด็กได้เรียนรู้ชีวิตจากการดำรงชีวิต ไม่ใช่วิชาเกี่ยวกับชีวิตการปกครองตนเองแบบประชาธิปไตย

2. เด็กทุกคนมีเสรีภาพที่จะเรียนหรือไม่เรียนก็ได้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมหรือความต้องการของเด็กเอง ไม่มีการบังคับ เด็กที่ยังไม่เข้าห้องเรียนจะเลือกเล่นหรือทำกิจกรรมที่เขาสนใจก็ได้ตามความสมัครใจ

3. เด็กมีโอกาสที่จะเลือกเรียน หรือจะทำกิจกรรมอื่นตามความสนใจ หรือจะเลือกอยู่กับครูที่ตนเองมีความพอใจเป็นพิเศษได้ตามความต้องการ ยอมรับความแตกต่างของผู้อื่น การศึกษา : จัดให้มีกลุ่มประสบการณ์ต่างๆ ไว้ให้นักเรียนเลือกตามความสนใจ เช่น กลุ่มการงานพื้นฐานอาชีพ ได้แก่ วิชางานประดิษฐ์ งานเกษตร งานบ้าน งานช่าง เป็นต้น และกลุ่มสร้างเสริมลักษณะนิสัย ได้แก่ ศิลปศึกษา พลศึกษา ดนตรี การแสดงละคร เป็นต้น

Download – Presentation

การออกแบบหลักสูตร ด้วยปรัชญา

รับออกแบบเว็บไซต์

การออกแบบหลักสูตรใดๆ จุดมุ่งหมายก็เพื่อก่อให้เกิดผลกับตัวผู้เรียนนั้น ปัจจัยทางสังคมในแต่ละประเทศมีผลต่อการออกแบบและพัฒนา เช่น สังคมที่ให้ผู้เรียนรู้รอบ เน้นความรู้ การพัฒนาทางความรู้ เป็นหลัก หรือให้ผู้เรียนเกิดความเฉลียวฉลาด มีสติปัญญาสังคมที่ต้องการให้ผู้เรียนนำความรู้ความเข้าใจไปสู่การประยุกต์ใช้กับชีวิต การเลี้ยงชีพ และการปรับตัวเข้ากับสภาพสังคมในแต่ละยุคสมัยสังคมที่ต้องการให้ผู้เรียนเกิดสำนึกทางสังคม เน้นจิตสำนึกสาธารณะ ตลอดจนสำนึกในสถาบันของชาติต่างๆ

โจทย์ที่ 1 : การประยุกต์ใช้ปรัชญา link

โจทย์ที่ 2 : การประยุกต์ใช้ปรัชญา link

โจทย์ที่ 3 : การประยุกต์ใช้ปรัชญา link

โจทย์ที่ 4 : การประยุกต์ใช้ปรัชญา link

โจทย์ที่ 5 : การประยุกต์ใช้ปรัชญา link

Example

ความหมาย อัตลักษณ์ สังคมสมัยใหม่

ความหมาย อัตลักษณ์ สังคมสมัยใหม่

ความหมาย อัตลักษณ์ สังคมสมัยใหม่

อัตลักษณ์ ในยุคหลังสมัยใหม่ กลายมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง และเศษรฐกิจ

อย่างในการเข้ามามีบทบาทของสื่อ จะพบว่ามีการขายภาพลักษณ์มากกว่าการขายสินค้า และการต่อเนื่อง ของสื่อกับการผลิตซ้ำภาพหลักที่ฉาบด้วยอุดมการณ์และมโนทัศน์เรื่องคุณค่า จึงก่อให้เกิดสภาพที่เรียกว่า “Simulacrum” สภาพความจริงกับภาพลวงที่แยกกันไม่ออก (David Harvey,1995:289)

ที่มาจากการสร้างภาพลักษณ์ที่มาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่ทำกำไรให้กับภาคสินค้าและอุสาหกรรม

การจำลอง Egyptianในสถานที่ท่องเที่ยว

ในโลกที่การสื่อสารหดตัว และเร็วเข้าทำให้การทบทวนตำแหน่งแห่งที่ของตัวเราเริ่มเปลี่ยนไป โดยเฉพาะสำนึก สำนึกที่มองผ่านสื่อ คือ การเข้าใจว่าอะไรก็ตามที่มาจากสื่อที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป หรือที่เรียกว่า Popular Median  ทำให้เราเข้าใจว่านั่นคือสากล เป็นมาตราฐาน เป็นที่ถูกการยอมรับ จะดี ไม่ดี แต่มันถูกนำมาทบทวน ปรับใช้ภายใต้ระบบกลไกสำนึกของความเป็นปัจเจกใหม่ในฐานนะส่วนหนึ่งของระบบมาตราฐานสากลโลก

ในขณะเดียวกันเรากลับมองสังคม วัฒนธรรม ที่เรายืนอยู่หรือวัฒนธรรมท้องถิ่น มันถูกแตกย่อย มากมาย บางอย่างขัดแย้ง บางอย่างรับความเป็นสากลเข้ามาปรับ แต่ที่ชัดเจนสิ่งหนึ่งที่สื่อกระแสนิยมเข้ามามีบทบาท กับวัฒนธรรมท้องถิ่น นั่นคือ มันกลายเป็นผู้กระทำ (agent) ในขณะที่วัฒนธรรมม้องถิ่นเป็นผู้ถูกกระทำ ฉะนั้น สิ่งที่สำนึกของเราระหว่าง ท่ามกลางบทบาทที่ต้องรับสารจากสื่อกระแสหลักเหล่านั้น คือ การนิยามคุณค่าของ ตัวเรากับอะไรบางอย่างและการประยุกต์คุณค่ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น ตรงส่วนนี้เองที่เป็นที่มาของกระบวนการ สร้างอัตลักษณ์ในระบบสากล ยุคหลังสมัยใหม่ ที่อัตลักษณ์เต็มไปด้วยความเลื่อนไหล บนสายธาร วาทกรรม อันหลากหลาย การหาคุณค่าที่มาใช้กับการนิยาม ประยุกต์ตนเอง เป็นกระบวนการสำคัญอย่างหนึ่งของการหา ตำแหน่ง แห่งที่ปัจเจกของตัวเรา

อัตลักษณ์ กับการแย่งชิงพื้นที่

            อีกแนวคิดหนึ่งของมโนทัศน์เรื่องอัตลักษณ์ จากภาพแทนความจริง ในประเด็นปัญหาเรื่องเพศ ในการ นำเสนอของสื่อปัญหาอย่างหนึ่งที่เรามักพบอยู่เสมอคือ การแย่งชิงพื้นที่ ไม่ว่าจะเรื่องเพศ เรื่องชนชั้น ต่างแฝง บทบาทอยู่ในสื่ออยู่เสมอว่าจะนำเสนอในทัศนคติด้านใดมากกว่ากัน ไปพร้อมๆกับพื้นที่ทางบริบทที่สื่ออยู่ ในกรณีรถบัส โดยทั่วไปเจ้าของรถ เจ้าของธุรกิจประกอบรถบัส โดยมากจะเป็นผู้ชาย อำนาจในการนำเสนอ จึงตกอยู่ที่บทบาทของฝ่ายชายที่เป็นใหญ่ ดังนั้นบริบทดังกล่าว จึงถูกำเสนอในฐานะผู้ชาย ต่อการนำเสนอ ลวดลายข้างรถบัส มักจะพบเป็นเนื้อหาการแต่งรถเชิงรุนแรง ถ้าเป็นลายการ์ตูนน่ารัก ก็มักจะพบสัดส่วน ของฝ่ายพระเอกที่เป็นองค์ประธานเสมอ สิ่งเหล่านี้คือบทบาทของของการพื้นที่ที่ผู้ชายเป็นใหญ่ กับธุรกิจ ดังกล่าว    

ทางรอดสถาบันกวดวิชา สถาบันสอนทักษะ ด้วยบทเรียนออนไลน์

ทางรอดสถาบันกวดวิชา สถาบันสอนทักษะ ด้วยบทเรียนออนไลน์

ทางรอดสถาบันกวดวิชา สถาบันสอนทักษะ ด้วยบทเรียนออนไลน์ เน้นการออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (UX. Design , Human Center Design)

ในสถานการณ์ปัจจุบัน ไวรัสโรคระบาด เป็นตัวการที่สำคัญ ผิดหลักพฤติกรรมมนุษยชาติ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะมนุษย์ควรเป็นสัตว์สังคม การไม่เจอกัน การไม่มีปฎิสัมพันธ์กัน ดูจะผิดธรรมชาติเป็นที่สุด แต่ด้วยไวรัสกลับทำให้มนุษย์ด้วยกันเป็นสาเหตุ และนี่คือการปรับตัวเพื่อการอยู่รอด ครั้งยิ่งใหญ่ เครื่องมืออันทรงพลังที่เข้ามาตอบโจทย์การเว้นระยะ ได้ดีที่สุดแต่ยังดำเนินการปฎิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ได้อยู่นั่นคือ Online Platform

หลายธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อการอยู่รอด เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะวัดว่าไปต่อได้หรือไม่กับธุกิจเดิม ถ้าก้าวผ่านไปได้ด้วยกลยุทธ์ที่สร้างสรรค์ ธุรกิจนั้นๆ จะยึดลูกค้าได้อีกนาน เพราะลูกค้ามีความต้องการเหมือนเดิมแต่เน้นที่ความปลอดภัยมากขึ้น อย่างกลุ่มธุรกิจ สถาบันกวดวิชา สอนทักษะ ต่างๆ อาทิ เทควันโด, มวย, ติววาดรูป ต่างๆ ที่จำเป็นต้องเจอกัน เรียนกับผู้สอนทางกายภาพ ถ้าแนวคิดการทำรายได้เราไม่ปรับ จะทำให้ผ่านวิกฤตินี้ไปได้ยาก ต้องอย่าพึ่งห่วงเรื่องรายได้เป็นอันดับแรก แต่หันไปห่วงเทคนิคให้ผู้บริโภคเข้าถึงเนื้อหาที่เคยเหมือนเดิม แล้วเพิ่มประสบการณ์พิเศษให้พวกเขา ตลอดจนการเข้าถึงเนื่อหาที่ครงความต้องการแต่ละประสบการณ์ที่แตกต่างกันของแต่ละผู้บริโภค (Persona)

เรา Bangkok Graphic Design Agency มุ่งมั่นพัฒนาแบบเรียน ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การออกแบบประสบการณ์ UX. Design เพื่อให้ธุรกิจการศึกษา เป็นมากกว่า การศึกษา โดยเน้นการให้ประสบการณ์เป็นสำคัญ

งานออกแบบ Web Design

ออกแบบ website

งานออกแบบ Web Design

งานออกแบบ Final Project : WebBlog PR.
รับงานออกแบบ
งานออกแบบออนไลน์
Bangkok-Graphic รับงานออกแบบ : งานประชาสัมพันธ์ออนไลน์ เกาะรัตนโกสินทร์ สื่อที่ใช้ 1. Facebook Page App. 2. WordPress Blog 3. EventBrite 4. Video ส่วนประกอบที่สำหรับ สำหรับ รับงานออกแบบ : 1. Download Design Brief : Design Brief-Rattanakosin 2. Download Project : PR-Weblog 3. Download Animation Hateetiw : StartPage-Real 4. ตัวอย่าง งานออกแบบ ที่ต้องทำ : practise งานออกแบบ Graphic Bangkok Design